ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของนางสาวสุพิชชา จินดารัตน์ค่ะ
Wellcome

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 12

 

สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู

แนวคิดของ Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles

การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์

Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ  1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) และ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style)

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style)

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)

ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)

สรุปเป็นตารางได้ดังนี้


จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3 แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่ คือ มีการควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง

กล่าวได้ว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ

การเรียนครั้งที่ 11

        เอากิจกรรมที่ช่วยกันคิดในกลุ่มมาทำลงเป็นใบงานให้เรียบร้อย แล้วให้เลือกมา 1 กิจกรรมเพื่อทำขึ้นมาแล้วลองให้เด็กได้เล่นจริง

            สมาชิกดังนี้

        1.นางสาวศุภาวิณี ชินวงศ์  เลขที่ 4

        2.นางสาวสุพิชชา จินดารัตน์ เลขที่ 5

        3.นางสาวณัฏฐณิชา วงศ์มานะโรจน์ศรี เลขที่ 24

        4.นางสาวภัทรวรรณ อุตรชน เลขที่ 31





            กิจกรรมที่เลือกมาคือ กิจกรรมพาสีกลับบ้าน




การเรียนครั้งที่ 10

             ให้แบ่งกลุ่มแล้วช่วยกันออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 3 ช่วงวัย ได้แก่ 

        1.พัฒนาการในช่วงแรกเกิด - 1 ปี 

        2.พัฒนาการในช่วง 1 - 2 ปี 

        3.พัฒนาการในช่วง 2 - 3 ปี 

            ลงในกระดาษโดยใช้หัวข้อดังนี้ ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ขั้นตอนการทำ วิธีการเล่น และประโยชน์ของกิจกรรม


วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 9

 

วันนี้ฝึกการทำแผนผังความคิดให้มีการสมดุลกัน โดยใช้หัวข้อเดียวกันกับตอนทำการเรียนรู้ครั้งที่ 7 แต่นำมาย่อใส่ในกระดาษขนาด A4 เป็นรายบุคคล โดยอาจจะมีการเพิ่มเติมข้อมูลเข้าไปอีกก็ได้ โดยจะมีหัวข้อย่อย ดังนี้                  

1.พัฒนาการตั้งแต่วัยแรกเกิด – 1 ปี

2.พัฒนาการตั้งแต่ 1 ปี – 2 ปี

3.พัฒนาการตั้งแต่ 2 ปี – 3 ปี

4.สรุปพัฒนาการตั้งแต่วัยแรกเกิด – 3 ปี



วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 8

วันนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม 4 คน ทำแผนผังความคิดเรื่องการออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็กแรกเกิด - 3 ปี โดยจะแบ่งออกเป็น

1).พัฒนาการของเด็กแรกเกิด – 1 ปี

2).พัฒนาการของเด็ก 2 ปี – 3 ปี

3).พัฒนาการของเด็ก 2 ปี – 3 ปี

4).สรุปพัฒนาการของเด็กตั้งแต่แรกเกิด – 3 ปี

ภายในหัวข้อเหล่านี้ก็จะเขียนกิจกรรมที่ส่งเสริมเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ เหล่านั้นลงไปด้วย








วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 7

ทำงานกลุ่มหัวข้อ สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย กลุ่มหนูจะมีหัวข้อทั้งหมด 6 หัวข้อ ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและการเข้าจังหวะ กิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมการศึกษา กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเล่นตามมุม โดยกลุ่มหนูจะเลือกมา 1 หัวข้อเพื่อที่จะใช้ยกตัวอย่างสื่อที่ส่งเสริมการเรียนรู้ให้เห็นภาพมากขึ้น คือ หัวข้อกิจกรรมเคลื่อนไหวและการเข้าจังหวะ ค่ะ   ทำออกมาในรูปแบบของการทำคลิปเล่านิทานเพลง เรื่อง กระต่ายกับเต่า














วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 6

อาจารย์ให้นักศึกษาเขียนหัวข้อเด็กปฐมวัยโดยมีหัวข้อย่อย 8 หัวข้อ ได้แก่ อายุของเด็กปฐมวัยเริ่มตั้งแต่กี่ขวบถึงกี่ขวบ พัฒนาการต่างๆ วิธีการเรียนรู้ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง หลักการอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้ และการประเมินการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย โดยนำเสนอออกมาในรูปแบบของแผนภาพความคิด หลักจากนั้นให้จับกลุ่มเพื่อเลือกหัวข้อมา 1 หัวข้อ จากทั้งหมด 8 หัวข้อข้างต้น โดยกลุ่มของหนูเป็นกลุ่ม 3 คนค่ะ      ได้หัวข้อ สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อมานำเสนอให้เพื่อนๆ ฟัง โดยให้ไปช่วยกันคิดวิธีการนำเสนอเอง



หลังจบคาบได้มาพูดคุยวางแผนกันถึงรูปแบบของงานที่จะทำโดยให้เห็นเป็นแนวทางที่ตรงกันว่าจะทำออกมาโดยใช้ฟิวเจอร์บอร์ดในการนำเสนอ และมีการทำสื่ออื่นๆ ตามหัวข้อที่ได้รับมาประกอบกับการนำเสนอด้วย




การเรียนรู้ครั้งที่ 16

      วันนี้อาจารย์ได้มีการพบปะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการสอบว่าจะออกประมาณไหน ควรเขียนอย่างไร และพูดเรื่องการทำ Blog ว่าควรทำอย่างไรให้พร้อมกั...