วันนี้อาจารย์ได้มีการพบปะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการสอบว่าจะออกประมาณไหน ควรเขียนอย่างไร และพูดเรื่องการทำ Blog ว่าควรทำอย่างไรให้พร้อมกับการตรวจ ทำให้เป็นปัจจุบัน ควรเพิ่ม ควรปรับตรงไหนบ้าง แล้วอาจารย์ก็เลิก Class เร็วเพื่อให้มานั่งจัดการ Blog
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565
การเรียนรู้ครั้งที่ 15
วันนี้อาจารย์ให้เขียนความรู้ที่ได้ตั้งแต่เรียนมาคาบแรกจนถึงปัจจุบันว่าได้อะไรไปบ้าง มีทักษะอะไรบ้างที่ได้ไปแล้วเป็นประโยชน์ และเจตคติที่มีต่อการเรียนกับอาจารย์ (ชอบหรือไม่ชอบอะไร)
หลังจากที่ได้เขียนในส่วนนั้นไปแล้วก็ได้มีการเรียนเกี่ยวกับเพลงเด็ก ได้ฝึกร้อง ได้ลุกขึ้นเต้น และได้มีการออกแบบสถานการณ์ที่ว่า ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะมีวิธีการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กโดยให้สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างไร เป็นการจับคู่ทำงาน 2 คนแล้วให้ออกไปแสดงบทบาทสมมติให้กับเพื่อนๆและอาจารย์ดูที่หน้าชั้นเรียน
การเรียนรู้ครั้งที่ 14
การเรียนรู้ครั้งที่ 13
วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงานในหัวข้อ ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่าควรที่จะมีลักษะอย่างไรบ้าง กลุ่มของหนูเลยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆก่อน คือ ลักษณะด้านความรู้ ก็คือ 3R และ ลักษณะด้านอารมณ์ ก็คือ 8C (ตอนที่ทำในกระดาษเขียนขาดไป 1 C)
จากการทำสรุปข้อมูลลงในแผ่นกระดาษและผ่านการติชมจากอาจารย์มาแล้ว ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ก็คือ 3R8C
3R (Hard Skills) ได้แก่
1.Reading : อ่านออก
2.(W)Riting : เขียนได้
3.(A)Rithmetic : คิดเลขเป็น
8C (Soft skills) ได้แก่
1.Critical
thinking and problem solving : ทักษะการคิดวิเคราะห์
อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ปัญหาได้
2.Creativity and
innovation : ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม
3.Cross-cultural
understanding : ความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม
4.Collaboration
teamwork and leadership : ความสามารถในการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม
และมีภาวะความเป็นผู้นำ
5.Communication
information and media literacy : ทักษะในการสื่อสารข้อมูล
และการรู้เท่าทันสื่อ
6.Computing and IT
literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์
และความเข้าใจในเทคโนโลยี
7.Career and
learning skills : ทักษะด้านอาชีพและความสามารถในการเรียนรู้
8.Compassion : ความมีเมตตากรุณา
มีคุณธรรม รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมไปถึงการมีระเบียบวินัย
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565
การเรียนรู้ครั้งที่ 12
สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
แนวคิดของ Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles
การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม
และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ
ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ 1. มิติควบคุม
หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) และ 2.
มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก
(Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3
รูปแบบ
ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
(Authoritative Parenting Style)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม
(Authoritarian Parenting Style)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ
(Permissive Parenting Style)
ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง
(Uninvolved Parenting Style)
สรุปเป็นตารางได้ดังนี้
จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ
ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว
มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก
และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3
แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง
ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่
คือ มีการควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง
กล่าวได้ว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ
การเรียนครั้งที่ 11
เอากิจกรรมที่ช่วยกันคิดในกลุ่มมาทำลงเป็นใบงานให้เรียบร้อย แล้วให้เลือกมา 1 กิจกรรมเพื่อทำขึ้นมาแล้วลองให้เด็กได้เล่นจริง
สมาชิกดังนี้
1.นางสาวศุภาวิณี ชินวงศ์ เลขที่ 4
2.นางสาวสุพิชชา จินดารัตน์ เลขที่ 5
3.นางสาวณัฏฐณิชา วงศ์มานะโรจน์ศรี เลขที่ 24
4.นางสาวภัทรวรรณ อุตรชน เลขที่ 31
การเรียนครั้งที่ 10
ให้แบ่งกลุ่มแล้วช่วยกันออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 3 ช่วงวัย ได้แก่
1.พัฒนาการในช่วงแรกเกิด - 1 ปี
2.พัฒนาการในช่วง 1 - 2 ปี
3.พัฒนาการในช่วง 2 - 3 ปี
ลงในกระดาษโดยใช้หัวข้อดังนี้ ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ขั้นตอนการทำ วิธีการเล่น และประโยชน์ของกิจกรรม
การเรียนรู้ครั้งที่ 16
วันนี้อาจารย์ได้มีการพบปะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการสอบว่าจะออกประมาณไหน ควรเขียนอย่างไร และพูดเรื่องการทำ Blog ว่าควรทำอย่างไรให้พร้อมกั...
-
ทำงานกลุ่มหัวข้อ สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย กลุ่มหนูจะมีหัวข้อทั้งหมด 6 หัวข้อ ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและการเข้าจังหวะ กิ...








