สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
แนวคิดของ Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles
การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม
และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ
ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ 1. มิติควบคุม
หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) และ 2.
มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก
(Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3
รูปแบบ
ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
(Authoritative Parenting Style)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม
(Authoritarian Parenting Style)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ
(Permissive Parenting Style)
ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง
(Uninvolved Parenting Style)
สรุปเป็นตารางได้ดังนี้
จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ
ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว
มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก
และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3
แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง
ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่
คือ มีการควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง
กล่าวได้ว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ




